ได:โฆษณาทีวีไทยที่ผมไม่ชอบมาก
Sponsor's Link

ได:โฆษณาทีวีไทยที่ผมไม่ชอบมาก

วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๙

กุ๊กมอนิ่งครับไดซัง(Twitter:@daijirok_th)คนที่ชอบดูทีวีช่อง3นะครับ

ปกติผมถึงห้องตัวเองแล้วผมเปิดทีวีทันทีครับ ช่องทีวีก็ช่อง3ไม่ค่อยเปลี่ยนช่องครับ แล้วถ้าเปิดทีวีไว้ผมก็ต้องเห็นโฆษณาทีวีด้วย บางทีเจอโฆษณาดีโดยเฉพราะโฆษณาของประกันนะครับ ผมเคยได้ยินว่าโฆษณาทีวีของเมืองไทยมันระดับสูงด้วยในโลกนะครับ แต่โฆษณาที่ผมไม่ชอบก็คือของบัตรกู้เงินครับ ไม่ทราบว่ามีคนเห็นด้วยกันกับผมหรือเปล่าไม่แน่ใจครับ…

โฆสณาที่ผมไม่ชอบ

เช่นพระเอกของแม่วันเกิดแต่พระเอกไม่มีเงิน เขาก็เลยซื้อของขวัญเช่นเสื้อสวยๆที่คุณแม่ชอบไม่ได้..
เขาก็เลยใช้บัตรกู้เงินและซื้อเสื้อผ้าให้คุณแม่ แล้วคุณแม่ก็ดีใจมาก… และโฆษณาก็บอกว่าใครๆก็สมัครได้ เดือนแรกไม่มีดอกเบียอะไรประมาณนี้นะครับ

20160207a_present

ไม่ชอบตรงไหน?

ผมว่าถ้าไม่มีเงินก็ไม่ควรจะซื้อเสื้อผ้าให้แม่นะครับ แม้ว่าแม่อยากได้แค่ไหน ปกติเสื้อผ้าสวยๆคือไม่ใช่สินค้าที่ความต้องการ คุณแม่ดีใจจริงๆว่าลูกทำหนี้และซื้อเสื้อหรือครับ? ถ้าผมเป็นแม่ ผมไม่ดีใจนะครับ  คุณแม่ที่ดีใจก็คือคุณไม่ที่ไม่คิดเกี่ยวกับลูกจริงๆนะครับT-T

ถ้าไม่มีเงินแค่เขียนจดหมายว่า”ขอบคุณแม่”ดีกว่าและบอกตรงๆว่าไม่มีเงินก็ฮธิบายคุณแม่และพยายามเก็บเงินเพื่อเดือนหน้าให้ของคัญนแทนอะไรประมาณแบบนี้ดีกว่าหรือเปล่าครับ?
20160207a_card

นอกจากนี้โฆษณาของบัตรกู้เงิน เขาพยายามหาคนที่กู้เงินและหาเรื่องมากเลยเพื่อจะมีคนกู้เงินเพิ่มเพื่อได้ดอกเบี้ยนะครับ อาจจะเรามีวันที่ต้องการเงินแต่มีเงินไม่พอก็เลยต้องกู้เงิน แต่วันที่ต้องการเงินจริงๆคือไม่ใช่สำหรับสินค้าที่ไม่ต้องการแบบเสื้อผ้านะครับ ผมว่า^^

ปล.

สมัยผมหนุมๆผมก็ใช้บัตรกู้เงินบ่อยที่ญี่ปุ่นเพื่อซื้อของที่ไม่ต้องการ ตอนนี้ผมคิดว่าผมโง่มากจริงๆ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเสียดายเงินตอนนั้นมากเลยครับT-T

บล็อกนี้อัพเดตทุกวัน7โมงเช้านะครับ เจอกันพรุ่งนี้7โมงเช้านะครับ^^

ข้อความ

  1. ชานน พูดว่า:

    อยากบอกว่าไม่ชอบเหมือนกันครับ ถึงขั้นรู้สึกแย่มาก เป็นโฆษณาที่ทำให้ผมรู้สึกว่าทำให้คนนิสัยเสียและไม่รู้จักพอ (แต่สำหรับคนที่ใช้เป็นและขาดแคลนจริง ๆ อย่างคนทำธุรกิจ ก็อีกเรื่องนะครับ เป็นทางเลือกของเขา แต่ส่วนใหญ่มักกู้มาซื้ออะไรที่มันไม่จำเป็น แล้วก็เป็นหนี้กัน)

    ที่จริงควรเน้นโฆษณาการบริหารจัดการเงิน การพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี (ซึ่งก็มีนะครับ แต่น้อยกว่าโฆษณาเงินกู้ที่กระตุ้นความอยากได้อยากมีของคนมากๆ)

    บางครั้งถ้าเรารู้จักจัดการบริหารปัญหาอย่างถูกทาง เราอาจไม่ต้องพึ่งทางเลือกเงินกู้เลยก็ได้ แต่ก็พูดยากครับ นานาจิตตัง คนอื่นอาจไม่คิดอย่างเรา แต่เราอย่าไปทำอย่างเขาก็พอ